วัตถุดิบในจีนขึ้นราคาก้าวกระโดด

วัตถุดิบในจีนขึ้นราคาก้าวกระโดด เป็นโอกาสของอาเซียนและไทยหรือไม่?

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสแรกของปี 2021 เป็นต้นมา ราคาวัตถุดิบโดยเฉพาะเพื่อการอุตสาหกรรมหนักทั้งโลหะและพลาสติกพร้อมใจกันขึ้นราคาอย่างหนัก บางหมวดเช่น หมวดน้ำมันและแก๊ซธรรมชาติเพิ่มขึ้นถึง 99% และกลุ่มเหล็กก้อนต้นน้ำปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 25%  ทำให้เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สองโรงงานผู้ผลิตในประเทศจีนจึงออกมาโวยกันทั่วหน้า เรียกร้องให้รัฐบาลจีนเข้ามาจัดการ

โรงงานโลกอย่างจีนกำลังเกิดปัญหาในการควบคุมราคาสินค้าเพราะอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ผลิตวัตถุดิบต้นทางไม่ว่าจะเป็นเหล็กก้อนดิบหรืออุตสากรรมกลั่นน้ำมันทั้งหลายพากันขึ้นราคาวัตถุดิบพร้อมๆกัน ในขณะที่โรงงานผู้ผลิตสินค้ากำลังปรับลดกำลังการผลิตเนื่องจากคำสั่งซื้อที่ลดลง

ยิ่งสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่เพราะเมื่อต้นทุนเพิ่มขึ้นแบบที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ทำให้โรงงานยิ่งระมัดระวังในการรับออเดอร์ใหม่จากลูกค้า เพราะถ้าหากรับมาแล้วราคาวัตถุดิบปรับขึ้นอีกก็มีสิทธิถึงขั้นขาดทุนได้ทันที ยิ่งส่งผลให้ยอดการสั่งวัตถุดิบในอุตสาหกรรมหนักไม่กระเตื้อง โดยที่ตัวอุตสาหกรรมต้นน้ำเหล่านี้เน้นที่การผลิตคราวละมากๆเพื่อให้ต้นทุนถูกลง ถ้าหากโรงงานผลิตสินค้าไม่ส่งออเดอร์เข้ามาเพียงพอ ต้นทุนการผลิตก็จะยิ่งกระทบให้มีราคาสูงมากขึ้นอีก

หันมาดูสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศจีนบ้าง ที่ยังวิ่งสวนทางกับการขึ้นราคาวัตถุดิบประเภทเหล็กและพลาสติกในอุตาหกรรมต้นน้ำที่พุ่งกระฉูด กลุ่มอาหารเพิ่มราคาไม่เกิน 3% และส่วนใหญ่ของสินค้าอุปโภคไม่ได้เพิ่มราคาเลย 

ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมหนักเช่นเหล็กและพลาสติกจะมากจะน้อยย่อมมีสัดส่วนในสินค้าประจำวัน เช่นภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ แต่อาจเป็นสัดส่วนที่ไม่มากหรือเพียงแต่ว่ายังกระทบมาไม่ถึงเท่านั้น

ฟังดูแล้วเหมือนว่าจีนโรงงานของโลกกำลังเผชิญปัญหาครั้งใหญ่ นี่น่าจะเป็นโอกาสของอาเซียนหรือเปล่า ไทยที่ซบเซาอย่างมากในฐานะทางเศรษฐกิจจะได้ยินดีกับความปั่นป่วนของผู้ผลิตในประเทศจีนหรือไม่

คำตอบคือไม่

เพราะว่าราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นในประเทศจีนไม่ได้เป็นเพียงผลกระทบที่เกิดภายในประเทศจีนอย่างเดียว แต่มาจากราคาวัตถุดิบต้นน้ำที่ปรับขึ้นทั่วโลกด้วย เนื่องมาจากพิษโควิดที่ทำให้ทุกพื้นที่มีการหยุดการผลิต ทั้งที่มาจากการอุปสงค์ที่ลดต่ำลงบวกกับคนทำงานที่ต้องหยุดทำงานจากการติดเชื้อหรือกักตัว 

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเทียบระหว่างสินค้าพลาสติกและสินค้าโลหะ โลหะเป็นวัตถุดิบที่อาเซียนไม่มีอุตสาหกรรมต้นน้ำเป็นของตนเองเลย และที่ผ่านมา 25% ของเหล็กดิบและเหล็กแปรรูปนั้นนำเข้ามาจากประเทศจีน ดังนั้นถ้าโรงงานผู้ผลิตจีนมีปัญหาเรื่องราคาวัตถุดิบปรับตัวขึ้นในประเทศ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไม่ช้าก็เร็วมากที่อาเซียนจะต้องเกิดผลกระทบครั้งใหญ่

ในส่วนของน้ำมัน อาจมีโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก และอุตสากรรมกลั่นน้ำมันอยู่แพร่หลายในอาเซียนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเพียงพอกับความต้องการ แม้ว่าตลาดภายในจะหดตัวลงแต่ราคาเม็ดพลาสติกก็ต้องปรับราคาขึ้นตามตลาดโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

ในส่วนของไทยเหล็กนำเข้าจากจีนคือแหล่งซื้อหลักมานาน ไม่ต้องลืมตาดูก็ต้องรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนพลาสติกนั้นเป็นที่รู้กันว่าด้วยระบบภายในบางอย่าง บางทีผู้ผลิตในเวียดนามยังซื้อเม็ดพลาสติกอย่างเราได้ถูกกว่าที่ภายในประเทศขายกันเองเสียอีก

น่าหวาดเสียวยิ่งนัก

ติดตามบทความเรื่อง การเงิน การลงทุน และธุรกิจได้ที่ มาร์เก็ตติ่ง 
เวปไซด์ mee-money.com