บทเรียนสอนใจเกี่ยวกับการลงทุนในยุคCovid-19

       นักลงทุนทั้งรายย่อย รายใหญ่คงได้เผชิญกับวิกฤต Covid-19 ที่ส่งผลกระทบทุกภาคส่วนไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ  มีหลายธุรกิจและสตาร์ทอัพที่ทนไม่ไหวกับวิกฤตการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในครั้งนี้มายาวนาน จนทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง แต่ก็มีบางธุรกิจที่เป็นธุรกิจดาวรุ่งในยุคนี้เลยก็ได้ วิกฤต Covid-19 ทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราในแบบฉบับ New normal รวมถึงนักลงทุนอย่างเราที่ต้องปรับพอร์ตบ่อย และคอยติดตามข่าวการลงทุนเนื่องจากความไม่แน่นอนของวิกฤตในครั้งนี้

Cr.pic; https://www.set.or.th/

1 เราควรเริ่มจากวางเป้าหมายตามหลัก Smart goal ทั้งเฉพาะเจาะจง วัดผลได้ สามารถทำได้จริง สมเหตุสมผล สามารถเป็นไปได้ แต่ยังคงท้าทายความสามารถตนเอง มีขอบเขตเวลากำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องทำสำเร็จเมื่อไหร่ การตั้งเป้าหมายแบบนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการตั้งเป้าหมายชีวิตได้ และเราควรเขียนเป้าหมายเอาไว้ลงในกระดาษหรือบันทึกไว้ในมือถือเพื่อให้เรามองเห็นมันทุกๆวัน และต้องเชื่อว่าเราทำได้ก่อน การมีเป้าหมายเปรียบเสมือนว่าเราได้เขียนแผนที่ไว้แล้ว ทำให้เราโฟกัสกับเป้าหมายได้ดีขึ้น และเราจะได้วางแผนแนวทางการลงทุนต่างๆ ให้ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้ และต้องลงมือทำตามแผนอย่างสม่ำเสมอ

Cr.pic; https://kasikornbank.com/

2 การวางแผนลงทุนในพอร์ตเป็นสิ่งที่สำคัญ เราต้องกระจายการลงทุนไปหลายๆ สินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน การกระจายการลงทุน เราต้องคำนึงถึงว่าเรารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน เราจะได้จัดสัดส่วนการลงทุนได้ถูกต้อง อย่างคนที่พึ่งเริ่มทำงานสามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่าคนที่อยู่ในวัยเกษียณ เพราะ ยังเต็มเปื่อมไปด้วยแรงกายแรงใจ มีเวลาในการทำงาน สร้างเนื้อสร้างตัวอีกหลายปี ทำให้ลงทุนในหุ้น 50-70 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตได้แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน

Cr.pic; https://www.set.or.th/

 3 ยุคนี้เป็นยุคที่ไม่มีอะไรแน่นอน  เราต้องคอยติดตามข่าวการเงินการลงทุนอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้พลาดในการลงทุน และต้องปรับพอร์ตเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ และได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง ที่สำคัญกว่าการลงทุน คือ เราควรมีเงินฉุกเฉินก้อนแรกเก็บไว้และควรมีประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงให้กับตัวเราเอง ไม่ลงทุนเกินตัว รู้จักแบ่งไม้ซื้อเพื่อจำกัดการขาดทุนและสร้างโอกาสทำกำไร แถมเรายังสบายใจมากขึ้นที่มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นด้วย

Cr.pic; https://www.krungsri.com/

4 ถึงเวลาถึงจุด stop loss เราต้องตัดใจขาย ต้องขายหุ้นทิ้ง เพื่อไม่ให้เราขาดทุนไปมากกว่านี้ เพราะราคาหุ้นอาจไหลไปเรื่อยๆ แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจส่วนบุคคล และความรู้ ประสบการ์ในการวิเคราะห์หุ้นของคุณ ว่าจะตัดสินใจซื้อหรือถือไว้แม้จะขาดทุนเพราะเหตุผลอะไร ต้องตัดสินใจขายเพราะเหตุผลอะไร

  นี่ป็นเพียงบทเรียนการลงทุนในยุควิกฤต Covid-19 ที่จะทำให้คุณนำไปเป็นแง่คิดในการลงทุน และประยุกต์ใช้กับการลงทุนแบบ New normal ในสไตล์ของคุณ และอย่าลืมติดตามผลตอบแทนการลงทุนของพอร์ตเราบ่อยขึ้น

ติดตามบทความเรื่อง การเงิน การลงทุน และธุรกิจได้ที่ เศรษฐกิจโลก 
เวปไซด์ mee-money.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook