ทำไมโรงเรียนควรสอนเรื่องการเงินมากกว่าสอนให้ติดมหาวิทยาลัยดัง

การเงิน

จากที่มีประเด็นดราม่าของการศึกษาในโรงเรียนไทย และมีหลายคนที่ไม่ได้เรียนรู้เรื่องศาสตร์การออมเงินในปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอกเบี้ย การวางแผนการออมในระยะสั้นและระยะยาว การวางแผนทำประกันชีวิต การศึกษาเรื่องการตลาด การจัดการเงิน รวมถึงการคำนวณเรื่องภาษี ซึ่งเป็นเรื่องที่เบสิกมาก ไม่ควรเจาะจงแค่กลุ่มที่เรียนสายบริหารธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่การเงินควรมีศึกษาในห้องเรียนในความรู้เบื้องต้น เพื่อที่เยาวชนจะได้วางแผนการเงินอย่างมีระบบ นอกจากนี้ทำให้ใช้ชีวิตเมื่อยามที่เป็นผู้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเอาตัวรอดเป็นในแต่ละสถานการณ์มากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบได้ในอนาคต

การเงินเป็นสิ่งที่ควรสอน ไม่ใช่แค่ให้เด็กหารายได้เสริมตั้งแต่อายุยังน้อย หรือระหว่างเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ควรมีสอนในหลักสูตรอย่างมาก เช่น ควรตั้งเป็นชุมนุมการเงิน (หรือควรมีการทำธนาคารโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้บริหารหรือไม่ก็ตาม) เพื่อพัฒนาการเรียนรู้เรื่องคุณค่าของเงินมากขึ้น สามารถตั้งเป้าหมายในระยะสั้นและยาวได้ ซึ่งสิ่งนี้โรงเรียนควรจะใส่ใจสม่ำเสมอ และควรทำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจะได้เรียนรู้เรื่องรายรับ-รายจ่ายของตนเองในแต่ละปีว่าทำอย่างไรบ้าง แล้วเราได้อะไรจากการออมเงินของธนาคารโรงเรียน ส่วนอีกเรื่องที่ควรให้มี เช่น ภาษีอากร ซึ่งการคำนวณควรเป็นภาษีเบื้องต้น ควรทำให้เด็กทำความรู้จักว่าภาษีคืออะไร ทำไมเราต้องจ่าย บังคับว่าต้องจ่ายไหม จะต้องจ่ายในอัตรากี่% จะวัดที่ฐานรายได้ร่วมด้วยหรือไม่ และจ่ายแล้วเราได้อะไรกลับคืนมา

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรปิดกั้น คือการให้เด็กนำของมาขายโดยไม่ปิดกั้นว่าจะขายอะไร (ยกเว้นสิ่งของผิดกฎหมาย)  ควรขายของเพื่อฝึกฝนในเรื่องของกำไร-ขาดทุน แบบเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และควรให้คำแนะนำเรื่องนี้อย่างเหมาะสม เพื่อที่เด็กสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเติบโต

ในปัจจุบันการศึกษาไทยควรปรับปรุงตั้งแต่โครงสร้างเกือบทั้งหมด เพราะมันมุ่งเน้นไปที่สอบติดมหาวิทยาลัยดังๆ กับติดค่านิยมสอบติดคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรืออาชีพอื่นๆ ที่ใครๆ มองว่าเป็นอาชีพมีเกียรติ เป็นที่เชิดหน้าชูตา แต่ลืมสอนว่ากว่าจะไปถึงจุดนี้ต้องใช้เงินเท่าไหร่กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ หากมีการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน เชื่อได้ว่าเด็กและเยาวชนสามารถลำดับความสำคัญได้ถูก ระวังการใช้จ่ายในปัจจุบันไม่ว่าจะเรื่องการเกิดหนี้ดีและหนี้เสีย การใช้จ่ายซื้อของ ความคุ้มค่าของสิ่งที่ซื้อมา ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเรียนรู้กันได้ไม่ยาก

ติดตามบทความเรื่อง การเงิน การลงทุน และธุรกิจได้ที่ GUรู็ การเงิน 
เวปไซด์ mee-money.com